| Suparat님의 프로필PL@W@N사진블로그리스트 | 도움말 |
|
PL@W@N永遠の私の幸せは、嵐の皆さんだ!! 12월 15일 ลูกชายคนใหม่ "น้องเอรุ"หลังจากกลับมาถึงไทยได้ไม่ถึงเดือน น้องโตชิที่อยู่ด้วยกันมาเกือบสองปี ผ่านร้อน ผ่านหนาว ผ่านฝน ผ่านหิมะที่ญี่ปุ่นด้วยกัน...ก็ป่วย TAT" ก็เลยพาไปพบคุณหมอ คุณหมอบอกว่า..ถ้าจะรักษาก็ต้องเสียเงินกว่าสองหมื่นบาท >[]<" โอ้แม่เจ้า ด้วยราคาค่ารักษาขนาดนั้น จึงตัดสินใจคลอดลูกคนใหม่ดีกว่า...
ก็ใช้เวลาในการศึกษา ความสามารถของลูกคนใหม่อยู่สองอาทิตย์ ตอนแรก...ที่ดูจากเน็ตอย่างเดียว ก็ตัดสินใจว่าลูกคนใหม่นี้จะต้องเป็น Toshiba satellite M500-D437T ความสามารถสูงส่ง ตามค่าตัวที่พุ่งขึ้นสูง แต่ทำไงได้ แม่อยากได้ลูกเก่ง ๆ ไปถามราคา บวกนู้นบวกนี้ ก็สี่หมื่นกว่า ๆ O_O" แล้วบังเอิญรุ่นรอง ๆ ลงมา คือรุ่น L510 มีแถมแรม ก็เลยหันไปสนใจ ศึกษารุ่นนี้ดูสักหน่อย เอ๊ะ..รุ่นนี้ DDR3 แหะ M500 ยังคงเป็น DDR2 อยู่เลย เอ...ถูกลงมาหมื่นสี่พันบาทเชียว แต่อย่างอื่นมันก็ต่างกันอ่ะนะ ไป ๆ มา ๆ ก็เลยดูรุ่นท็อปของ L510 ไม่ได้ความไฮโซมา แต่ spec ที่ได้ก็ไม่แย่ แถมรูปลักษณ์ก็ไม่ได้ต่างกันมาก L510 ก็หล่ออยู่เหมือนกัน หุหุ น้องเอรุ...ลูกชายคนนี้เกิดเมื่อ 13 ธันวาคม 2552 ด้วยราคา 32090 บาท (รวม vat.และประกันเพิ่มอีก 2 ปี) หน้าตาหล่อเหลาเอาการ ด้วยรูปทรงตามแบบฉบับของ satellite สีดำสนิททั้งเครื่อง ที่มาพร้อมกับลายเท่ๆ คีย์บอร์ดที่ออกแบบใหม่ มีขอบข้างแบ่งสัดส่วนชัดเจน ฮ่าๆ ไม่ค่อยเห่อเลยเนอะ ลูกชายคนนี้ หล่อมากลูกแม่ ^O^" แต่ว่า...เหลืออย่างเดียวที่แหละคือลำโพง ลำโพงของน้องโตชิคือ karman kardon คุณภาพเยี่ยม แต่น้องเอรุเป็นลำโพงธรรมดาอ่ะ ในเน็ตบอกว่าดีเหมือน ๆ กัน แต่ทำไม...มาเจอเองแล้วก็พบว่า...มันต่างกันมากกกกกกกกกกกก...ถ้าเสียตังค์เพิ่มอีกหมื่นกว่า ๆ ก็คงได้ M500 ที่มีลำโพงนั้นแล้วล่ะ ฮ่าๆๆ นั่นก็แพงเกิ๊น... เอาเป็นว่า..อยู่กับแม่ไปนาน ๆ นะลูกเอรุ Satellite L510-S4015T CPU Intel Core 2 Duo P7450 (2.13 GHz,FSB 1066 MHz, L2 3 MB) ก็แรงพอตัว กับราคาเท่านี้ Chipset Mobile Intel GM45 Express Chipset Graphic Chip ATI Radeon HD4570 ก็ยังคงเป็น ATI เหมือนเดิม Type 14 inch WXGA (1280x768) จอ wide ได้อีก Memory 2 GB DDR3 กะจะไปซื้อเพิ่มเป็น 4GB Hard Disk 500 G 5400 RPM เยอะได้ใจ อิอิ ใครที่มีน้อย ๆ อ่ะ ปลาให้ยืมได้นะ ฮ่าๆ Drive DVD Writer (Dual-Layer, DVD-RAM Support) Built-in Webcamera With Smart Face Technology ปรับความสว่างให้เองด้วย เจ๋งๆ Port & Interface USB 3, D-Sub/VGA, e-SATA, HDMI, Card Reader 4-in-1, Express Slot มี e-SATA ด้วย อิอิ Wireless Lan Wi-Fi IEEE802.11 B,G Bluetooth LAN Modem Battery 6-Cell Lithium-Ion อยู่ได้นานเหมือนกันนะ ใช้งานเต็มที่ได้ 2 ชั่วโมงกว่า ๆ แหนะ Weight 2.35 Kg. หนักอยู่เหมือนกัน แต่จะขยันแบกนะ ฮ่าๆ Warranty 1 Y. (Inter.) ซื้อประกันภายในประเทศเพิ่มเป็น 3 ปี Toshiba Media Control Botton HDD with Shock Absorber 9월 28일 ARASHI Anniversary Tour 5x10 คอนเสิร์ตอาราชิครั้งแรกของเรา...超素晴らしい~ มันเป็นอะไรที่ยอดเยี่ยมมาก ๆ ได้เจอจุนตัวจริงเสียงจริง ถึงแม้ว่าจะไม่ใกล้จนเห็นรูขุมขน แต่ก็กะประมาณได้ว่าใกล้ระยะ 50 เมตรเลยล่ะ อิอิ จุนทำผมได้เท่มากกกกก...เปิดตัวได้สุด ๆ ทำไงดี อยากจะกรี๊ด >[]<" ARASHI Anniversary Tour 5x10 2009.09.26 (土) 京セラドーム大阪 3ゲートスタンド 1塁側 8通路 12列 161番 นี่คือตั๋วของเรา ได้นั่ง stand ซึ่งมีทั้งหมด 4 ชั้น ของเราคือ stand ชั้น 1 blog 8 แถวที่ 12 เบอร์ 161 ถ้านับจากอารีน่า เราจะอยู่แถวที่ 22 จัดว่าใกล้พอตัว เพราะสามารถเห็นจุนได้ในระยะ 50 เมตร (คิดว่านะ ฮ่าๆ) การดูคอนเสิร์ตอาราชิครั้งแรกของเรานี้ ถือว่ามีปัญหานิด ลำบากหน่อย แต่ก็ผ่านไปได้ด้วยดี ออกเดินทางจากนากาโอกะด้วยรถไฟ Kitakuni ตอนเที่ยงคืน ไปกลับก็หมื่นห้านิด ๆ แพงชะมัด มาถึงโอซาก้าตอนเจ็ดโมงเช้า มาแล้วก็ไม่รู้ทำอะไรก็ไปเที่ยวย่าน Kita ก่อน ไปสวนลอยฟ้า แล้วก็เดิน ๆ หา jinja แถวนั้น ย่านนี้มีแต่ตึกกับตึก ก็เลยหลง ๆ งง ๆ อยู่นานเหมือนกัน พอประมาณเก้าโมงเช้า ก็เลยไปโรงแรม เขาให้ check in เร็วอยู่ ก็เลยได้เข้าห้องพักผ่อนแป๊บนึง ตอนแรกกะว่าจะไป Kyocera Dome ตอนประมาณบ่ายสาม เพราะเขาเปิดให้เข้าโดมตอนสี่โมง ไปก่อนแป๊บ ๆ จะได้ซื้อของหน้าคอน แต่ได้รับการบอกกล่าวเรื่องนู้นนี่มาเยอะ เลยตัดสินใจไปเร็วขึ้นดีกว่า แต่ก็ยังเหลือเวลาอีกสักพัก ก็เลยไปเที่ยวแถวโรงแรม ซึ่งก็มี Tennoji Zoo ก็จ่ายตังค์ผ่านเข้าไป เดินเล่นในสวนสัตว์แบบเหงา ๆ บ่ายสองเดินทางไปโดม คนเยอะมาก ๆ แล้วล่ะ อ้อ...คอนเสิร์ตเขาไม่ให้เรากล้องเข้าไป พี่นันบอกว่า...ถ้าตรวจเจอ Member card เบอร์นั้น ๆ อาจจะโดนขึ้น black list เลยก็ได้ เราก็เลยกะว่าจะเอากล้องไปถ่ายบรรยากาศแล้วก็เอาเข้า locker ที่สถานีรถไฟ taicho อ่ะ แต่ปรากฏว่า มันเต็มหมด ที่ไหน ๆ ก็เต็ม พอซื้อของหน้าคอนเสร็จ เราก็เลยตัดสินใจเดินทางกลับโรงแรม พอเอากล้องแล้วก็ของที่ซื้อแล้วไปเก็บ (เสียตังค์ซื้อของไปเกือบหมื่น ฮ่าๆๆๆ) ตอนนั้นก็สี่โมงกว่าแล้ว ก็ต้องรีบ ๆๆๆๆ พอกลับโรงแรม ออกมาใหม่ ขึ้นรถไฟไปได้สองสถานีแล้วก็นึกออกว่า..ลืมตั๋วคอนเสิร์ตไว้ใน Eco bag ที่เพิ่งซื้อมา ที่เพิ่งเอาไปเก็บไว้ที่โรงแรม >[]< ก็ต้องกลับโรงแรมไปเอาใหม่อีกที ดีนะที่โรงแรมห่างจากสถานี 3 นาทีเดินถึง แล้วก็โชคดีที่เอาความสามารถภาษาญี่ปุ่นน้อย ๆ คุยกับนายสถานีว่ายังไม่ได้ใช้ตั๋วนะ ขอออกไปแล้วกลับมาใช้ใหม่ พอกลับไปเอาตั๋วแล้วก็ขึ้นรถไฟ ไปโดม ถึงประมาณห้าโมงนิด ๆ ก็เดิน ๆๆๆ หาทางเข้า...และแล้ว ในที่สุดเราก็จะได้ดูคอนเสิร์ตอาราชิแล้ว เป็นคอนเสิร์ตครบรอบ 10 ปีด้วย >[]< กรี๊ดดด... พอใกล้เวลาคอนเสิร์ตเริ่ม คนดูก็เริ่มร้องเรียก ARASHI ARASHI พอถึงเวลา 18.00 ไฟก็ดับ แล้วคอนเสิร์ตก็เริ่มขึ้น เปิดตัวมาด้วยสมาชิกทั้งห้าคนใช้สลิงค์ลอยมากับบอลลูนสูง กับเพลง Kansha Kangeki Ame Arashi แล้วเวทีด้านหลังก็ฉายภาพแต่ละคนร้องใหญ่มาก ๆ เท่สุด ๆ เลย...แล้วบอลลูนก็ลอยมาจนถึงเวทีเล็กตรงข้าม main stage แล้วก็ร้องต่อ...รายชื่อเพลงทั้งหมดในคอนเสิร์ตก็ตามนี้อ่ะ Kansha Kangeki Ame Arashi Step and go We can make it Kaze no Mukou e Crazy Moon - Kimi wa muteki - Pikanchi (ไอบะจังโซโล่) Horizon Danger-Liner Allergy Kokoro Chirari Carnival Night Part 2 Kotoba Yorimo Taisetsu na mono (นิโนะโซโล่) - เมมเบอร์แนะนำตัว - Everything Hitomi no naka no GALAXY Aozora Pedal Typhoon Generation Kumori Nochi Kaisei (โอจังโซโล่) A day in our life Oh Yeah! Hadashi no Mirai Beautiful Days - MC - Tomadoi nagara (โชโซโล่) Wish (จุนโซโล่) 5 x 10 (Hidden Track) truth Ashita no Kioku - ฉายวิดีโอตั้งแต่เดบิว - A.RA.SHI Sunrise Nippon Kimino tameni Boku ga iru Jidai Nice na kokoro iki Pikanchi Tomadoinakara Kotobayorimo taisetsunamono Hero Sakurasake WISH Kitto Daijoubu Love so sweet Happiness Believe - จุดพลุ - 5 x10 Encore I Pikanchi Double Ashita ni Mukatte Dekirudake One Love Encore II Fight Song Gori Mushuu A.RA.SHI ชอบโซโล่ของแต่ละคนมาก ๆ เลย เอาเพลงมารีมิกซ์ใหม่ ร้องในสไตล์ตัวเอง ไอบะร้องคนแรก Pikanchi เท่เชียว เต้นเท่มาก ๆ ไม่ค่อยเหมือนไอบะเท่าไร ฮ่าๆๆๆ นิโนะก็เท่เหมือนกัน ร้องเพลง Kotoba Yorimo Taisetsu na mono พร้อมเล่นกีต้าร์ สุดยอดดด... โอจังก็ Kumori Nochi Kaisei มาเต็มชุดเลย อยากรู้จริง ๆ ใครออกแบบชุดนี้ สีมันหลากหลายได้อีกนะ ฮ่าๆ โชกับจุนโซโล่ติดกัน โชร้อง Tomadoi nagara เท่ตามสไตล์โชอยู่แล้ว ส่วนจุน เพลง wish มาแนวละครบรอร์ดเวย์ ร้องไปร้องมาให้อารมณ์เหมือนไมเคิล แจ็คสันเล็ก ๆ ฮ่าๆๆๆ ส่วนตอน MC ความสามารถทางภาษาของเราก็น้อยนิดเหลือเกิน ฟังได้บ้างไม่ได้บ้าง แล้วรวมกับความจำปลาทองของเรา ฮ่าๆๆๆ ตอนนี้ก็เลยลืม ๆ ไปน่ะ จำได้ตอนแรก ไอบะจังพยายามเอาผ้าเช็ดตัวเข้าไปเช็ดเหงื่อในเสื้อตัวเอง โดยไม่ถอดเสื้อ แล้วเสื้อมันก็นูน ๆ บอกว่ามันคือหน้าอก -_-" แต่จุน..ไม่ได้พูดไรมาก ถอดเสื้อเช็ดเหงื่อเลย ได้เสียงกรี๊ดไป แย่งซีนไอบะจังไปเต็ม ๆ แล้วก็ได้ใจเราไปเต็ม ๆ ด้วยเหมือนกัน ฮ่าๆๆๆๆ แล้วก็มีพูดถึงเรื่องคืนวันศุกร์ที่เล่นคอนเสิร์ตเสร็จ ว่าโอจังทำอะไรสักอย่าง จำไม่ได้แหละ ฮ่าๆ แล้วก็พูดเรื่องเวลาแต่ละคนพูดในคอน แต่ละคนจะแตกต่างกันยังงัย ก็แซวไอบะกันไปว่าพูดไม่ค่อยรู้เรื่อง อย่างนิโนะก็จะทีคอนเซ็ปว่าต้องพูด いらっしゃいませ! อะไรอย่างนี้...อะไรอีกน้อ?? จำไม่ได้แหละ อ้อ...แล้วก็มี guest เราจำชื่อไม่ได้อ่ะว่าใคร ผ่าน!! ฮ่าๆๆๆ ในคอนนี้จะมีการทำทำนองเพลงใหม่ตั้งหลายเพลงแหนะ ชอบๆๆๆ แต่ที่ชอบที่สุดก็คือเพลง Ashita no Kioku เห็นภาพประกอบแล้วน้ำตาจะไหล ตอนแรกเป็นภาพจากโปสเตอร์เดี่ยวของคอนนี้ เรียงกันห้าคน หล่อสุด ๆ แล้วก็เปลี่ยนเป็นภาพตอนเด็กของแต่ละคน ประมาณสี่ห้าภาพ แล้วก็เปลี่ยนไปเป็นอีกคน จนครบห้าคน น่ารักมากกกกกก...คิ้วจุนเป็นอย่างนี้ตั้งแต่เด็กเลย น่าร๊ากกกกกก... พอเปลี่ยนท่อนเพลง ก็เป็นภาพที่แต่ละคนก็โตขึ้นมาเรื่อย ๆ เปลี่ยนไปเปลี่ยนมา โตขึ้น ๆ จนมาเป็นอาราชิ จนเดบิวส์ ซิงเกิ้ลต่าง ๆ อัลบั้มต่าง ๆ แล้วภาพก็ค่อย ๆ รวมกัน ไม่รู้จะอธิบายยังงัย มันดูแล้วมันซึ้งไงก็ไม่รู้ ชอบมากกกกกกกกก...เขาทำภาพได้ดีสุด ๆ ชอบอันนี้ที่สุดแหละ พอจบเพลง Ashita no Kioku ก็เป็นเมดเลย์ซิ้งเกิ้ลต่าง ๆ ตั้งแต่แรก ต่อเนื่องกันเยอะแยะมากมาย เพลง A.RA.SHI อ่ะ มาพร้อมชุดซีทรูสีขาวแบบตอนเดบิวส์เลยล่ะ กรี๊ดๆๆๆ พอร้องจบก็มาเป็นเพลงสุดท้าย 5x10 ซึ้งได้อีกเพลงนี้ これからも ありがとう~ ประทับจายยยย... มีอังกอร์ต่อสองรอบเองอ่ะ อยากให้มีรอบที่สามและสี่จัง คอนเสิร์ตรวมเวลาแล้วประมาณ 3 ชั่วโมงครึ่งได้...ความสนุก ความประทับใจ เต็มร้อยให้ไปเลยล้านนึง สำหรับใครที่บอกว่า...การมาญี่ปุ่น ต้องไปภูเขาไฟฟูจิบ้างล่ะ ต้องไปวันอาซาคุซะบ้างล่ะ ถึงจะเรียกว่ามาถึงญี่ปุ่น แต่สำหรับเรา..การได้ดูคอนเสิร์ตอาราชิต่างหากล่ะ ถึงเรียกได้ว่ามาถึงญี่ปุ่นแล้ว... ส่วนวันที่สอง เราก็ไปเที่ยววัด Tennoji ไปปราสาทโอซาก้า แล้วก็ไปย่านช้อปปิ้ง Numba ก็แค่นี้แหละ ไม่ค่อยได้ทำอะไรเท่าไร แดดร้อนเกิ๊นนน...ตอนนี้ดำขึ้นไป 36% ได้แล้วมั้ง เหอๆๆ แล้วก็เดินทางกลับนากาโอกะ มาถึงตอน 7.14 แล้วก็ต่อรถบัส มาถึงหอจริง ๆ ก็เกือบเก้าโมงเช้า อาบน้ำแล้วก็มาแลปเลย เหอๆๆๆ สรุป...ประทับใจอาราชิมากกกกกกกกก จุนหล่อสุด ๆ ส่วนเรื่องเที่ยว..อย่าไปพูดถึงมันมาก บอกได้คำเดียว อย่าได้ริอาจไปเที่ยวคนเดียว มันเหงามากกกกกก TAT" 8월 18일 เรื่องราวมากมาย ไม่ได้อัพเสียตั้งนาน มีเรื่องราวเกิดขึ้นมากมายอีกแล้ว... ที่นึกได้อย่างแรกคือ...คอนเสิร์ตอาราชิ เสียใจมากมาย จองตั๋วรอบ Kokuritsu ไม่ได้ ทั้ง ๆ ที่มีตั้งสามรอบ รอบละหกหมื่นกว่าคน ขอแค่สองที่นั่งก็ไม่ได้ คนจะดูอะไรเยอะขนาดน้านนน..แล้วพอไม่ได้ ก็ไปดูออกชั่น...ปรากฏว่า ราคาออกชั่้นขึ้นไปถึง 50000-60000 เยน ทั้ง ๆ ที่ราคาตั๋วจริง ๆ แค่ 7500 เยนเท่านั้น ที่เห็นแพงสุด ๆ ก็ 110000 เยน O[]O" แพงโคตรๆๆๆ ก็อย่างว่าแหละนะ คนเขาดังจริง ๆ ฮ่าๆๆๆ แต่ก็อย่าดังเกินจนเราไม่ได้ตั๋วดิ TAT" ตอนนี้ก็ได้แต่รอลุ้นตั๋วของ Kyozera Dome Osaka น่าจะประกาศผลสิ้นเดือนนี้ ถ้าไม่ได้ก็...สงสัยต้องออกชั่นเอาแล้วมั้ง อุตส่าห์มาถึงญี่ปุ่นทั้งที ต้องดูคอนเสิร์ตอาราชิให้ได้ แต่จะต้องออกชั่นด้วยราคาเท่าไรกันน้าาา??? ใครก็ได้...ออกชั่นตั๋วคอนให้หน่อยยยย... ส่วนเรื่องงาน... ตอนนี้ก็เหมือนจะไปได้ด้วยดี ได้ผลมาเยอะแยะ คิดว่าน่าจะโอเคล่ะนะ เพราะว่าอยู่ต่ออีกหนึ่งเดือนด้วยแหละ ก็เลยมีเวลามากขึ้น ไม่ได้รีบร้อนอะไรมากมาย คิดว่า...น่าจะไปทำชิ้นงานเพิ่มอีกครั้งนึง ทดสอบผลล็อตนี้แล้วก็คงตัดสินใจได้ว่าจะใช้ parameter ตัวไหนในการทำ composite ต่อไป...พอเริ่มทำ composite แล้วก็น่าจะทำชิ้นงานอีกแค่ครั้งเดียว ก็น่าจะได้ผล ถ้าผลออกมาดีอ่ะนะ เหลือเวลาอีกสองเดือนกว่า ๆ ก็น่าจะทัน สาธุ...ขอให้ทุกอย่างผ่านไปได้ด้วยดี... อีกเรื่องก็คือเรื่องเที่ยว... ได้เที่ยวหลาย ๆ ที่เลย ต้นเดือนกรกฎาคม ไปเที่ยว Fukushima กับเพื่อนในคลาสเรียนภาษาญี่ปุ่น Matsuda sensei พาไป...ก็สนุกสนานดี ได้ไปหลายที่ ในราคาแค่ 1000 เยนเท่านั้น ถูกดี... แล้วช่วยปลายเดือนกรกฎา ต้นเดือนสิงหา ก็จะเป็นเทศกาลดอกไม้ไฟ Hanabi นั่นเอง ครั้งแรกที่ไปดูก็คือ Kashiwasaki ดอกไม้ไฟที่ทะเล สวยนะ อลังการดี แต่พอมาเจอของ Nagaoka อลังการกว่าเยอะ สวยมากกกกกกก...ชอบ ๆๆๆๆ อาจจะเป็นเพราะนั่้งดูคนละที่ก็ได้ ที่ Kashiwasaki เรานั่งดูใกล้ไปหน่อย แต่ที่ Nagaoka นั่งดูอยู่ใต้พลุเลย ไปกับที่แลปด้วย สนุกสนานดี... เที่ยวอีกอย่างก็คือ... Mt.Fuji ไปปีนภูเขาไฟฟูจิมาล่ะ เหนื่อยมากกกกกกกกกกกกกกก.... ไปไม่ถึงชั้นบนสุดด้วยอ่ะ มันเหนื่อยเกิ๊นนน..ไม่ไหว ไปถึงแค่ระดับ 3400m จาก 3776m ชั้นที่ 8 จากทั้งหมด 10 ชั้นอ่ะ จริง ๆ ก็อยากไปให้ถึงนะ อุตส่าห์ไปได้ถึงขนาดนั้นแล้ว แต่มันไม่ไหวจริง ๆ เหนื่อยจนกินอะไรไม่ลง แล้วก็รู้สึกคลื่นไส้อยากจะอ้วกออกมาอย่างเดียว เหนื่อยที่สุดในชีวิตเลยล่ะ.... แล้วยังได้เที่ยวสถานที่ต่าง ๆ รอบฟูจิด้วย ราคา 15000 เยน ถือว่าคุ้มทีเดียว ^^ ส่วนสภาพจิตใจตอนนี้... ถือว่าดีแล้วล่ะ เรื่องร้าย ๆ ต่าง ๆ ที่เจอมา จะทำให้เราเข้มแข็งขึ้น แต่ว่า...ตอนนี้เหงามากมาย โดยเฉพาะเวลาที่ดูรูปเพื่อน ๆ รับปริญญา เง้อออ...อยากเจอเพื่อน บางครั้งก็รู้สึกเสียดายนะ เสียดายเวลาหนึ่งปีสุดท้ายกับเพื่อน ๆ ในธรรมศาสตร์ แต่ถ้าคิดถึงว่า...เราก็ได้อะไรเยอะแยะมากมาย จากการที่ได้มาญี่ปุ่น ก็โอเคล่ะนะ แต่ว่า...ถึงยังงัย...ตอนนี้ก็เหงาอยู่ดี T__T" เอาล่ะ ไปแหละ คิดถึงนะพ่อแม่ พี่แพรว คิดถึง Se7en @ SRN คิดถึง IE16 ด้วย 6월 14일 ความรู้สึกกำลังดีขึ้นจากการที่ความรู้สึกมันลงไปสู่จุดต่ำสุด ตอนนี้ทุกอย่างก็กำลังดีขึ้นเรื่อย ๆ ถึงแม้ว่ามันจะดีขึ้นในอัตราเร่งที่ช้าหน่อย แต่ก็ถือว่ามันดีขึ้นแล้วกัน ที่ทำให้ความรู้สึกมันแย่อย่างนั้น ก็เพราะเหตุผลหลายอย่าง ผล ของแลปไม่เป็นไปตามที่หวัง ที่ทำไปทั้งหมดแปดเดือน..ถือเป็นศูนย์ ต้องนับหนึ่งใหม่ แล้วต้องนับให้ถึงร้อยภายในสามเดือนกว่า ๆ ที่เหลือนี้ เครียด...แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ นอกจากการเริ่มทำใหม่ แล้วทำออกมาให้ได้ผล หวังว่ามันจะได้ผลในเร็ววันนี้... อีกเหตุผล ก็คงเกิดจากคนคนนึง ไม่มีอะไรจะบอกไปมากกว่าคำว่า "ขอบคุณ" ขอบคุณที่ทำให้เราเข้มแข็งได้เมื่อได้เจอสิ่งที่ "เลว" "ร้าย"5월 20일 รักทุกคนที่รักตัวเอง ก็เกิดเดือนตุลาอ่ะ ก็เลยเป็นคนอย่างนี้... ทายนิสัยจากเดือนเกิด ตุลาคม - รักทุกคนที่รักตัวเอง ลักษณะทั่วไป : รักการพูดคุยเป็นชีวิตจิตใจรักทุกคนที่รักตัวเอง รักการเจาะเข้าสู่จุดศูนย์กลางของเรื่องต่างๆ ส่วนใหญ่เป็นคนชอบอยู่ท่ามกลางหมู่ผู้คน มีเสน่ห์ สุภาพนุ่มนวล จิตใจและรูปร่างสวยงาม ไม่โกหกเสแสร้ง พูดจาเก่งมัดใจคนได้ง่าย เห็นอกเห็นใจคนอื่น ให้ความสำคัญกับเพื่อน ชอบคบหาเพื่อนใหม่อยู่เรื่อย ชอบช่วยเหลือคนอื่นแม้ว่าเขาจะไม่ได้ขอให้ช่วย เสียใจง่ายก็จริงแต่ไม่ต้องห่วงแป๊บเดียวก็หายเศร้า ชอบฝันกลางวัน ความคิดบรรเจิด แถมยังไม่สนใจว่าชาวบ้านจะคิดยังไง ใจแข็ง มีสัมผัสพิเศษ พูดจานุ่มนวล รักและใส่ใจคนอื่น ชอบออกนอกบ้าน ยุติธรรม การงาน : รักการเดินทาง ศิลปะ และวรรณกรรม ผู้ที่เกิดเดือนนี้มักมีความสามารถสร้างฐานะตัวเองได้ แต่ไม่ค่อยได้สูงดั่งหวังเพราะไม่ทำอย่างเดียวให้ดีที่สุด ความรัก : เป็นคนโรแมนติค เป็นห่วงเป็นใย เนื้อคู่ของคนเดือนนี้เป็นคนสูงเพรียว ริมฝีปากเล็กบางถ้าขยันทำงานด้วย ก็จะสมพงษ์กันที่สุดแต่ถ้าขาดจุดนี้ ก็จะอยู่กันไม่นาน และเนื้อคู่มักเป็นคน ปากร้าย หรือพูดมาก ขี้หึงหวง แม้จะเจ้าชู้พอกัน คนเกิดเดือนนี้ถ้าอยู่กินกันแล้ว จะมีฐานะดีขึ้น ลูกคนแรกเป็นชายหรือหญิงก็ถือว่าดีทั้งนั้น ข้อเสีย : อารมณ์ร้าย ขี้เหนียว เจ้าอารมณ์ ขี้หึง สุรุ่ยสุร่าย เชื่อคนง่าย สูญเสียความเชื่อมั่นง่ายมาก ค่อนข้างเจ้าชู้ คิดว่าตรงพอสมควร เพราะฉะนั้น เรื่องที่เสียใจ อีกแป๊บเดียว ก็จะหาย... แล้วก็จะรักเฉพาะคนที่รักฉัน ถ้าเธอไม่รักฉัน ฉันก็จะเลิกรักเธอ... 5월 17일 หลังจากเจอเรื่องที่เลวร้าย เราจะเข้มแข็งขึ้นแต่ก่อน ไม่ค่อยเข้าใจว่า...คนที่เศร้ามาก ๆ เสียใจหนัก ๆ ทำไมถึงต้องกินเหล้า ทำไมถึงอยากเมากันหนักกันหนา แต่พอได้เจอกับตัวจริง ๆ เข้าใจแหละ!! แล้ว ก็ได้เข้าใจอีกอย่างด้วยว่า...ความห่วงใยจากคนรอบข้าง มีมากมายเหลือเกิน มีอยู่เสมอ แต่เราไม่เคยรู้สึก ไม่เคยใส่ใจ แต่พอเจอปัญหา เศร้า เสียใจ เราจะเห็นความห่วงใยนั้นได้อย่างง่ายดาย แล้วยิ่งได้รับความห่วงใยนั้น น้ำตาก็พาลจะไหลออกมาง่าย ๆ ไม่จำเป็นต้องพูดปลอบใจอะไรมากมาย แค่ลูกหัว ยีหัวเรา ความรู้สึกอบอุ่นก็ไหลเวียนรอบตัวแล้ว มัวแต่ไปสนใจอะไรอยู่ ทำให้คนที่สำคัญกับเราเป็นห่วงเราได้ขนาดนี้ ต้องจัดอันดับความสำคัญใหม่แล้ว ขอบคุณพี่นิ่มมาก ๆ ถ้าไม่มีพี่นิ่ม ตอนนี้ปลาอาจจะแย่กว่านี้ไปแล้วก็ได้ ขอบคุณพี่ยุ่นมาก ๆ แค่พี่ยุ่นยีหัวปลาแบบตอนนั้น ก็รู้สึกอบอุ่นขึ้นมามากเลย ขอบคุณพี่อรรถมาก ๆ พี่อรรถทำให้ปลาหัวเราะได้เสมอ ขอโทษที่ทำให้พ่อกับแม่เป็นห่วง แต่ไม่ต้องเป็นห่วงนะ พี่ ๆ ที่นี่ดูแลปลาเป็นอย่างดี ขอบคุณเล็ก ส้ม เจย์ที่เป็นห่วงเรานะ ไว้จะเล่าให้ฟัง
กับเรื่องที่เกิดขึ้น ตอนนี้...เราทำได้ดีที่สุดเท่านี้แหละ
หลังจากเจอเรื่องที่เลวร้าย เราจะเข้มแข็งขึ้น 4월 28일 สับสน งงงวย เหนื่อย อยากกลับไทย ไม่ได้อัพนานเท่าไรแล้ว กับเรื่องราวความคิดตัวเอง อยู่ญี่ปุ่นมาเกินครึ่งปีแล้ว ได้อะไรบ้างมั้ยเนี่ย?? ภาษาดีขึ้นมั้ย? อังกฤษ ญี่ปุ่น มันก็ต้องดีขึ้นบ้างอ่ะแหละ แต่ว่า...ด้วยความเร็วต่ำเหลือเกิน -_-" แล้วโปรเจ็คอีกล่ะ? ก็...ทำไปเรือ่ย ๆ แต่จะเสร็จทันกลับมั้ยนะ?? T^T ตอนนี้...ยังไม่ได้ครึ่งทางเลยอ่ะ ทำมาตั้งนาน เพิ่งเคยเห็น grain ของงานตัวเอง ตื่นเต้นชะมัดเลย ฮ่าๆๆๆ ก็ถือว่างานก้าวมาอีกระดับนึงแล้ว จากที่ fabricate แล้วก็ test นู่นนี่เล็ก ๆ น้อย ๆ ตอนนี้ก็ดูดีขึ้นเยอะ ใช่มั้ยนะ?? เหอๆๆๆ แล้วพอกลับไทย ก็ต้องกลับไปเรียนต่ออีกหนึ่งเทอม เรียนกับน้อง แล้วก็จบพร้อมน้อง หลังจากนั้นล่ะ?? ก็คงเรียนต่อป.โทแน่นอน แต่จะเรียนที่ไหน?? ใจนึงก็อยากจะกลับมาเรียนที่นี่อ่ะนะ แต่...กลัวภาษาของตัวเองจะเรียนไม่ไหว อังกฤษแบบงู ๆ ปลา ๆ ถู ๆ ไถ ๆ ไปวัน ๆ อย่างเรา จะเอาอะไรไปเรียนเนี่ย? แต่วันก่อนนู้น อ.มุโต้อุตส่าห์ถามเราเรื่องเรียนต่อ แต่ก็นะ...ความสับสนตอนนั้นทำให้ตอบไปแบบผิด ๆ จริง ๆ ก็รู้ว่าสถานการณ์ตอนนั้น เราควรจะตอบว่าอะไร แต่...เฮ้อออ...สับสนจริง ๆ อยากเรียนต่อนะ แต่ก็กลัวอ่ะ กลัวเรื่องภาษา เรือ่งทุน แล้วก็กลัวเรื่องอาจารย์ด้วยอ่ะ คือถ้าไม่ได้อ.มุโต้เป็นที่ปรึกษา ก็อาจจะลำบาก เหมือนกับสัปดาห์ที่ผ่านมา ที่โดนว่าไป แต่ก็ความผิดเราด้วยนี่แหละนะ ถ้าอีกทางนึง เรียนต่อที่ไทย เรื่องภาษาก็หายห่วงไปได้นิดนึง แต่ว่า...การเรียนต่อต่างประเทศ มันก็ดีกว่าอยู่แล้วล่ะ เฮ้อออ...สับสนจริง ๆ เอาไงดีกับชีวิต ที่แน่ ๆ ต้องทำตอนนี้ให้ดีที่สุดก่อนอ่ะเนอะ ยังมีโปรเจ็คที่ต้องทำ ยังมีคลาสภาษาญี่ปุ่นที่ต้องเรียน สู้ต่อไป...!!!!! อีกเรือ่งในใจตอนนี้... ไม่ค่อยเข้าใจ สถานะของตัวเองตอนนี้ ไม่อยากคิดมาก ไม่อยากคิดฟุ้งซ่าน แต่ทำไงได้ คิดไปแล้ว ก็รู้ว่าตัวเองเป็นคนคิดมากมาแต่ไหนแต่ไร แต่ไม่คิดว่าจะฟุ้งซ่านขนาดนี้ กับคำพูดเล็ก ๆ น้อย ๆ นิด ๆ หน่อย ๆ ก็เก็บมาทำให้ตัวเองไม่สบายใจ ทำให้ตอนนี้...ความไม่มั่นใจมันเพิ่มขึ้น ๆๆๆ เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ เฮ้ออออ...เหนื่อย สรุปว่า...มันดีหรือไม่ดีกันแน่นะ ไม่อยากเป็นอย่างนี้เลย ได้โปรดอย่าทำอะไร ๆ ให้ฉันต้องกลายเป็นคนคิดมากได้หรือไม่ อยากกลับไทยจัง!!! |
|
|||
|
|